กิจกรรมแจกสื่อทั้งหมด

กิจกรรมแจกสื่อทั้งหมด

01 October 2018

กิจกรรมแจกสื่อทั้งหมด   ภาพรวมการแจกสื่อหยุดทำร้ายพระพุทธศาสนาทั้งประเทศไทย https://www.facebook.com/notes/662322543873819/ [329] 30 กันยายน 2561 กรุงเทพฯ [328] สิงหาคม - กันยายน 2561 ขอนแก่น [327] 25-26 สิงหาคม 2561 นครพนม [326] 4, 28-29 กรกฎาคม 2561 อุบลราชธานี [325] 1 กรกฎาคม 2561...

กระดานสนทนา

  • ไม่มีกระทู้แสดง

ความคิดเห็นล่าสุดในกิจกรรมต่าง ๆ

พระพุทธเจ้าเปรียบเงินเหมือนอสรพิษร้าย

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

 

พระพุทธเจ้าเปรียบเงินเหมือนอสรพิษร้าย

 

เล่ม 41 หน้า 199-203 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 165-168 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท

เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒

 

๘.  เรื่องชาวนา   [๕๒]

ข้อความเบื้องต้น

 

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตะวัน

ทรงปรารภชาวนาคนหนึ่ง

ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  "น  ตํ  กมฺมํ  กตํ  สาธุ"  เป็นต้น.

 

โจรเข้าลักทรัพย์ในตระกูลมั่งคั่ง

 

ได้ยินว่า ชาวนานั้นไถนาแห่งหนึ่งอยู่ในที่ไม่ไกลจากกรุงสาวัตถี.

พวกโจรเข้าไปสู่พระนครโดยท่อน้ำ

ทำลายอุโมงค์ในตระกูลมั่งคั่งตระกูลหนึ่ง

เข้าไปถือเอาเงินและทองเป็นอันมาก

แล้วก็ออกไปโดยทางท่อน้ำนั่นเอง.

 

โจรคนหนึ่ง ลวงโจรเหล่านั้น 

กระทำถุงที่บรรจุทรัพย์พันหนึ่งถุงหนึ่งไว้ที่เกลียวผ้าแล้ว

ไปถึงนานั้น แบ่งภัณฑะกับโจรทั้งหลายเหล่านั้นแล้ว ถือพาเดินไปอยู่

ไม่ได้กำหนดถึงถุงบรรจุทรัพย์พันหนึ่งที่ตกลงจากเกลียวผ้า.

 

พระศาสดาทรงเล็งเห็นอุปนิสัยของชาวนา

 

ในวันนั้น เวลาใกล้รุ่ง พระศาสดา ทรงตรวจดูสัตว์โลก 

ทรงเห็นชาวนานั้น ผู้เข้าไปในภายในข่ายคือพระญาณของพระองค์

แล้วทรงใคร่ครวญอยู่ว่า

"เหตุอะไรหนอแล ? จักมี"

 

ได้ทรงเห็นเหตุนี้ว่า 

" ชาวนาคนนี้ จักไปเพื่อไถนาแต่เช้าตรู่,

แม้พวกเจ้าของภัณฑะ ไปตามรอยเท้าของโจรทั้งหลายแล้ว

เห็นถึงที่บรรจุทรัพย์พันหนึ่งในนาของ

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท 

เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 200

 

ชาวนานั้น แล้วก็จักจับชาวนานั่น,

เว้นเราเสีย คนอื่นชื่อว่าผู้เป็นพยานของชาวนานั้นจักไม่มี;

แม้อุปนิสัยแห่งโสดาปัตติมรรค ของชาวนานั้นก็มีอยู่,

เราไปในที่นั้น ย่อมควร."

 

ฝ่ายชาวนานั้น ไปเพื่อไถนาแต่เช้าตรู่. 

 

พระศาสดามีพระอานนทเถระเป็นปัจฉาสมณะ

ได้เสด็จไปในที่นั้นแล้ว.

  

ชาวนาเห็นพระศาสดาแล้ว ไปถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า

แล้วเริ่มไถนาอีก.

 

พระศาสดา ไม่ตรัสอะไร ๆ กับเขา 

เสด็จไปยังที่ ๆ ถุงบรรจุทรัพย์พันหนึ่งตก

ทอดพระเนตรเห็นถุงนั้นแล้ว จึงตรัสกะพระอานนท์เถระว่า

"อานนท์ เธอเห็นไหม อสรพิษ."

 

พระอานนท์เถระทูลว่า 

"เห็น พระเจ้าข้า อสรพิษร้าย."

 

ชาวนาได้ยินถ้อยคำนั้น คิดว่า 

" ที่นี้เป็นที่เที่ยวไปในเวลาหรือมิใช่เวลาแห่งเรา.

ได้ยินว่า อสรพิษมีอยู่ในที่นั่น "

 

เมื่อพระศาสดาตรัสคำมีประมาณเท่านั้นหลีกไปแล้ว, 

จึงถือเอาด้ามปฏักเดินไปด้วยตั้งใจว่า

" จักฆ่าอสรพิษนั้น เห็นถุงบรรจุทรัพย์พันหนึ่ง แล้วคิดว่า "

คำนั้น จักเป็นคำอันพระศาสดาตรัสหมายเอาถุงบรรจุทรัพย์พันหนึ่งนี้ "

จึงถือถุงบรรจุทรัพย์พันหนึ่งนั้นกลับไป

เพราะความที่ตนเป็นคนไม่ฉลาด จึงซ่อนมันไว้ในที่สมควรแห่งหนึ่ง

กลบด้วยฝุ่นแล้วเริ่มจะไถนาอีก.

 

ชาวนาถูกจับไปประหารชีวิต

 

แม้พวกมนุษย์ เมื่อราตรีสว่างแล้ว 

เห็นกรรมอันพวกโจรกระทำในเรือน

จึงเดินตามรอยเท้าไปถึงนานั้นแล้ว

เห็นที่ ๆ  พวกโจรแบ่งภัณฑะกันในนานั้น

ได้เห็นรอยเท้าของชาวนาแล้ว.

 

มนุษย์เหล่านั้นไปตามแนวรอยเท้าของชาวนานั้น 

เห็นที่แห่งถุงทรัพย์ที่ชาวนาเก็บเอาไว้

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท

เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 201

 

คุ้ยฝุ่นออกแล้ว ถือเอาถุงทรัพย์ คุกคามว่า

"แกปล้นเรือนแล้ว เทียวไปราวกับไถนาอยู่"

โบยด้วยท่อนไม้ นำไปแสดงแก่พระราชาแล้ว.

 

พระราชา ทรงสดับความเป็นไปนั้นแล้ว

จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตชาวนานั้น.

 

พวกราชบุรุษ มัดชาวนานั้นให้มีแขนไพล่หลัง

เฆี่ยนด้วยหวายนำไปสู่ตะแลงแกงแล้ว.

 

ชาวนานั้นถูกราชบุรุษเฆี่ยนด้วยหวาย

ไม่กล่าวคำอะไร ๆ อื่น กล่าวอยู่ว่า

"เห็นไหม อานนท์ อสรพิษ,

'เห็นพระเจ้าข้า อสรพิษร้าย " เดินไปอยู่.

 

ครั้งนั้น พวกราชบุรุษ ถามเขาว่า

" แกกล่าวถ้อยคำของพระศาสดาและพระอานนทเถระเท่านั้น,

นี่ชื่ออะไร ?"

 

เมื่อชาวนาตอบว่า

"เราเมื่อได้เฝ้าพระราชาจึงจักบอก,"

จึงนำไปสู่สำนักของพระราชา

กราบทูลความเป็นไปนั้นแด่พระราชาแล้ว.

 

ชาวนาพ้นโทษเพราะอ้างพระศาสดาเป็นพยาน

 

ลำดับนั้น พระราชา ตรัสถามชาวนานั้นว่า

"เพราะเหตุไร เจ้าจึงกล่าวดังนั้น ?"

  

แม้ชาวนานั้น กราบทูลว่า

"ข้าแต่สมมติเทพ ข้าพระองค์ไม่ใช่โจร"

แล้วก็กราบทูลเรื่องนั้นทั้งหมดแด่พระราชา

จำเดิมแต่กาลที่ตนออกไปเพื่อต้องการจะไถนา.

 

พระราชา ทรงสดับถ้อยคำของชาวนานั้นแล้ว ตรัสว่า 

" พนาย ชาวนานี้อ้างเอาพระศาสดาผู้เป็นบุคคลเลิศในโลกเป็นพยาน,

เราจะยกโทษแก่ชาวนานี่ยังไม่สมควร,

เราจักรู้สิ่งที่ควรกระทำในเรื่องนี้"

 

ดังนี้แล้ว ทรงพาชาวนานั้นไปยังสำนักของพระศาสดาในเวลาเย็น

ทูลถามพระศาสดาว่า

"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค

พระองค์ได้เสด็จไปสู่ที่ไถนาของชาวนานั้นกับพระอานนท์เถระแลหรือ ?"

 

พระศาสดา.

ขอถวายพระพร  มหาบพิตร.

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท 

เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 202

 

พระราชา.

พระองค์ทอดพระเนตรเห็นอะไรในนานั้น ?

 

พระศาสดา. 

ถุงทรัพย์พันหนึ่ง มหาบพิตร.

 

พระราชา.

ทอดพระเนตรเห็นแล้ว ได้ตรัสคำอะไร ?

  

พระศาสดา.

คำชื่อนี้ มหาบพิตร.

 

พระราชา.

พระเจ้าข้า ถ้าบุรุษนี้จักไม่ได้กระทำการอ้าง

บุคคลผู้เช่นกับด้วยพระองค์แล้วไซร้, เขาจักไม่ได้ชีวิต.

แต่เขากล่าวคำที่พระองค์ตรัสแล้ว จึงได้ชีวิต.

 

ไม่ควรทำกรรมที่ให้ผลเดือดร้อนในภายหลัง

 

พระศาสดา ทรงสดับพระราชดำรัสนั้นแล้ว ตรัสว่า

"ขอถวายพระพร มหาบพิตร,

แม้ตถาคตกล่าวคำมีประมาณเท่านั้นนั่นเองแล้วก็ไป,

ความตามเดือดร้อนในภายหลังย่อมมีเพราะกระทำกรรมใด

กรรมนั้นผู้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตไม่พึงกระทำ "

 

ดังนี้ เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม

จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-

 

๘.  น  ตํ  กมฺมํ   กตํ  สาธุ     ยํ  กตฺวา   อนุตปฺปติ

ยสฺส  อสฺสุมุโข  โรทํ            วิปากํ   ปฏิเสวติ.

 

"บุคคลกระทำกรรมใดแล้ว ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง

เป็นผู้มีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา ร้องไห้เสวยผลของกรรมใดอยู่

กรรมนั้น อันบุคคลกระทำแล้วไม่ดีเลย."

 

แก้อรรถ

 

บรรดาบทเหล่านั้น

สองบทว่า  ยํ   กตฺวา  ความว่า บุคคลกระทำ

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท 

เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 203

 

กรรมใด คือ อันสามารถจะให้เกิดในอบายภูมิทั้งหลายมีนรกเป็นต้น

ได้แก่มีทุกข์เป็นกำไรเมื่อตามระลึกถึง

ชื่อว่าย่อมเดือดร้อนในภายหลัง

คือย่อมเศร้าโศกในภายหลัง ในขณะที่ระลึกถึงแล้ว ๆ,

 

กรรมนั้น อันบุคคลกระทำแล้วไม่ดี

คือไม่งาม ได้แก่ ไม่สละสลวย.

 

สองบทว่า  ยสฺส  อสฺสุมุโข  ความว่า

เป็นผู้มีหน้าชุ่มด้วยน้ำตาร้องไห้

ย่อมเสวยผลกรรมใด.

 

ในเวลาจบเทศนา อุบาสกชาวนาบรรลุโสดาปัตติผลแล้ว.

แม้ภิกษุผู้ประชุมกันเป็นอันมาก

ก็บรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้นดังนี้แล.

 

เรื่องชาวนา  จบ.

 

http://www.tripitaka91.com/41-199-1.html

D-study.com

Follow Us

facebook FaceBook

Twitter

phone 0894453994

Rss RSS

E-mail Email