ชนเหล่าใดคบหาสมาคม ทำตามเยี่ยงอย่างภิกษุทุศีล ข้อนั้นย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งอันไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นตลอดกาลนาน

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“ภิกษุนวกะก็ดี ภิกษุมัชฌิมะก็ดี ภิกษุเถระก็ดี

ถ้าเป็นผู้ทุศีลมีธรรมอันเลว

เรากล่าวความทุศีลมีธรรมเลวนี้

ในความมีสีทรามของภิกษุ

กล่าวบุคคลนี้ว่าเหมือนผ้าเปลือกไม้มีสีทรามฉะนั้น

อนึ่ง ชนเหล่าใดคบหาสมาคม

ทำตามเยี่ยงอย่างภิกษุนั้น

ข้อนั้นย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งอันไม่เกื้อกูล

เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นตลอดกาลนาน”

 

เล่ม 34 หน้า 489-491 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 507-511 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาตร เล่ม ๑ ภาค ๓

 

ตระกูลประมาณ ๕๐๐ ที่ฝักใฝ่กับพระเทวทัตยึดมั่นในลัทธิของพระเทวทัตนั้น พร้อมด้วยพวกก็ไปเกิดในนรก

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“ตระกูลประมาณ ๕๐๐ ที่ฝักใฝ่กับพระเทวทัต

ยึดมั่นในลัทธิของพระเทวทัตนั้น

พร้อมด้วยพวกก็ไปเกิดในนรก”

 

เล่ม 45 หน้า 128 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 124-125 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔

บรรพชิตไม่ควรแสดงธรรม เพื่อประโยชน์แต่ทรัพย์.

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“ศีล พึงทราบได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน”

“ความเป็นผู้สะอาด พึงทราบได้ด้วยการปราศรัย”

“กำลังใจ พึงทราบได้ในเพราะอันตราย”

“ปัญญา พึงทราบได้ด้วยการสนทนา”

 

“บรรพชิตไม่ควรพยายามในบาปกรรมทั่วไป

ไม่ควรเป็นคนใช้ของผู้อื่น

ไม่ควรอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่

ไม่ควรแสดงธรรม เพื่อประโยชน์แต่ทรัพย์.”

 

“บทว่า  ธมฺเมน น วณีจเร  ความว่า

ไม่พึงกล่าวธรรมเพื่อต้องการทรัพย์.

เพราะผู้แสดงแก่ชนเหล่าอื่น ด้วยเหตุแห่งทรัพย์เป็นต้น

ย่อมชื่อว่านำธรรมไปทำการค้า.

อย่าเที่ยวเอาธรรมไปทำการค้าอย่างนั้น.

อีกอย่างหนึ่ง บุคคลผู้ทำกรรมมีการสอดแนมเป็นต้น

เหมือนคนของพระเจ้าโกศล

ทำการสอดแนมเพื่อประโยชน์แก่ทรัพย์เป็นต้น

ดำรงตามกิจมีการสมาทานเพศบรรพชาเป็นต้น

โดยไม่ให้คนอื่นสงสัย ชื่อว่านำธรรมมาทำการค้า.

ฝ่ายบุคคลใด

แม้ประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ในศาสนานี้

ก็ประพฤติพรหมจรรย์

เพื่อปรารถนาเทพนิกายเหล่าใดเหล่าหนึ่ง

แม้บุคคลนั้นก็ชื่อว่า นำธรรมมาทำการค้า

อธิบายว่า ไม่พึงประพฤติ

คือไม่พึงกระทำการค้าด้วยธรรมอย่างนี้.”

 

เล่ม 44 หน้า 596-606 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 551-560 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓

เหตุและปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้นานและพระสัทธรรมไม่ดำรงอยู่นาน เมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

ดูก่อนกิมพิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว

พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในธรรมวินัยนี้

เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในศาสดา

เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในธรรม

เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสงฆ์

เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสิกขา

เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงกันและกัน

ดูก่อนกิมพิละ

นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย

เครื่องให้พระสัทธรรมไม่ดำรงอยู่นาน

ในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว.”

 

“ดูก่อนกิมพิละ

เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว

พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในธรรมวินัยนี้

เป็นผู้มีความเคารพ มีความยำเกรงในศาสดา

เป็นผู้มีความเคารพ มีความยำเกรงในธรรม

เป็นผู้มีความเคารพ มีความยำเกรงในสงฆ์

เป็นผู้มีความเคารพ มีความยำเกรงในสิกขา

เป็นผู้มีความเคารพ มีความยำเกรงกันและกัน

ดูก่อนกิมพิละ

นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย

เครื่องให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้นาน

ในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว.”

 

เล่ม 36 หน้า 446-448 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 439-441 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓

อาบัติใด อันภิกษุไม่ทำความทอดธุระ แสดงเสียด้วยจิตที่ยังมีความ อุกอาจ ไม่บริสุทธิ์ทีเดียว อาบัตินั้น ชื่อว่าอันภิกษุแสดงแล้ว ไม่นับเข้าในจำนวน.

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“อาบัติใด อันภิกษุไม่ทำความทอดธุระ

แสดงเสียด้วยจิตที่ยังมีความ อุกอาจ ไม่บริสุทธิ์ทีเดียว

อาบัตินั้น ชื่อว่าอันภิกษุแสดงแล้ว ไม่นับเข้าในจำนวน.

จริงอยู่ อาบัตินี้แม้แสดงแล้ว

ก็ไม่นับเข้าในจำนวนอาบัติที่แสดงแล้ว.”

 

เล่ม 10 หน้า 520-521 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 473 (ปกสีแดง)

พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘

เหตุที่พระมหากัสสปะ และคณะสงฆ์ ไม่เพิกถอนสิกขาบทเล็กน้อย หลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

เหตุที่พระมหากัสสปะ และคณะสงฆ์

ไม่เพิกถอนสิกขาบทเล็กน้อย

หลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน

  

เล่ม 13 หน้า 350-351 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 342 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑

พระสูตรยังดำรงอยู่ตราบใด พระวินัยยังรุ่งเรืองอยู่ตราบใด ภิกษุทั้งหลายย่อมเห็นแสงสว่าง ภิกษุทั้งหลายย่อมเห็นแสงสว่าง เหมือนพระอาทิตย์อุทัย อยู่ตราบนั่น

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“พระสูตรยังดำรงอยู่ตราบใด

พระวินัยยังรุ่งเรืองอยู่ตราบใด

ภิกษุทั้งหลายย่อมเห็นแสงสว่าง

เหมือนพระอาทิตย์อุทัย อยู่ตราบนั่น

เมื่อพระสูตรไม่มีและแม้พระวินัยก็หลงเลือนไป

ในโลกก็จักมีแต่ความมืด

เหมือนพระอาทิตย์อัสดงคต

เมื่อภิกษุยังรักษาพระสูตรอยู่

ย่อมเป็นอันรักษาปฏิบัติไว้ด้วย

นักปราชญ์ดำรงอยู่ในการปฏิบัติ

ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ ดังนี้”

 

“เมื่อพระปริยัตติอันตรธานไป

ปฏิบัติก็ย่อมอันตรธาน

เมื่อปริยัตติคงอยู่ ปฏิบัติก็คงอยู่.”

 

เล่ม 32 หน้า 172-175 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 148 - 150 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย เอกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๑

D-study.com

Follow Us

facebook FaceBook

Twitter

phone 0894453994

Rss RSS

E-mail Email