พระขีณาสพที่ฟังมาน้อยไม่ฉลาดในพุทธบัญญัติ ย่อมต้องอาบัติเพราะรับเงินรับทอง ในทางมโนทวารด้วยอำนาจยินดีเงินทองที่เขาเก็บไว้เพื่อตน.

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

 

“พระขีณาสพที่ฟังมาน้อย

ไม่ฉลาดในพุทธบัญญัติ

ย่อมต้องอาบัติเพราะรับเงินรับทอง

ในทางมโนทวารด้วยอำนาจยินดีเงินทองที่เขาเก็บไว้เพื่อตน.”

 

เล่ม 16 หน้า 302-303 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 288-289 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒

 

เหตุที่พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

 

“เหตุที่พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก”

 

เล่ม 10 หน้า 970-973 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 887-889 (ปกสีแดง)

พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘

เล่ม 2 หน้า 11 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 10-11 (ปกสีแดง)

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒

พาลเหล่านั้นย่อมยังตนเองและเหล่าคนที่ทำตามคำของตนให้พินาศ ด้วยทิฏฐิคตะความเห็นที่ตนถือไว้ไม่ดี ดังเรือนที่ถูกไฟไหม้

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“พาลเหล่านั้น ย่อมยังตนเอง

และเหล่าคนที่ทำตามคำของตนให้พินาศ

ด้วยทิฏฐิคตะความเห็นที่ตนถือไว้ไม่ดี

ดังเรือนที่ถูกไฟไหม้

เหมือนพี่ชายของทีฆวิทะ

ล้มลงนอนหงาย ด้วยอัตภาพประมาณ ๖๐ โยชน์

หมกไหม้อยู่ในมหานรก อยู่ถึง พุทธันดร

และเหมือนตระกูล ๕๐๐ ตระกูล

ที่ชอบใจทิฏฐิความเห็นของพี่ชายของทีฆวิทะนั้น

เข้าอยู่ร่วมเป็นสหายของพี่ชายของทีฆวิทะนั่นแหละ

หมกไหม้อยู่ในมหานรกฉะนั้น.”

 

เล่ม 39 หน้า 172-175 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 168-170 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ เล่ม ๑ ภาค ๑

จูฬเศรษฐีเปรตได้ไปยังอันธกาวินทนครนั้น แต่ไม่ได้รับผลแห่งทานนั้น เพราะพราหมณ์ทั้งหลายที่บริโภคภัตร เป็นผู้ไม่มีศีล ไม่สมควรแก่ทักษิณา

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

 

“ข้าพระองค์เป็นคฤหบดีผู้มั่งคั่งอยู่ในพระนครนั้น

แต่เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่นไม่เคยให้สิ่งของแก่ใคร ๆ

มีใจข้องอยู่ในอามิส

ได้ถึงวิสัยแห่งพญายมเพราะความเป็นผู้ทุศีล

ข้าพระองค์ลำบากแล้วเพราะความหิวเสียดแทง

เพราะบาปกรรมเหล่านั้น

เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ปรารถนาอามิส

จึงได้มาหาหมู่ญาติ

มนุษย์แม้เหล่าอื่นมีปกติไม่ให้ทาน

และไม่เชื่อว่าผลแห่งทานมีอยู่ในโลกหน้า

มนุษย์แม้เหล่านั้นจักเกิดเป็นเปรต

เสวยทุกข์ใหญ่ เหมือนข้าพระองค์ ฉะนั้น

ธิดาของข้าพระองค์บ่นอยู่เนือง ๆ ว่า

เราจักให้ทานอุทิศให้มารดา

บิดา ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย

พวกพราหมณ์กำลังบริโภคทาน

อันธิดาของข้าพระองค์ตกแต่งแล้ว

ข้าพระองค์จะไปยังเมืองอันธกาวินทนคร

เพื่อบริโภคอาหาร

 

พระราชาจึงตรัสสั่งเขาว่า

ถ้าท่านไปได้เสวยผลทานนั้น

พึงรีบกลับมาบอกเหตุที่มีจริงแก่เรา

เราฟังคำอันมีเหตุผลควรเชื่อถือได้แล้ว

จักทำการบูชาบ้าง

 

จูฬเศรษฐีเปรตทูลรับพระดำรัสแล้ว

ได้ไปยังอันธกาวินทนครนั้น

แต่ไม่ได้รับผลแห่งทานนั้น

เพราะพราหมณ์ทั้งหลายที่บริโภคภัตร

เป็นผู้ไม่มีศีล ไม่สมควรแก่ทักษิณา

 

เล่ม 49 หน้า 222-234 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 173-183 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒

ผู้ทุศีลมีธรรมอันลามก... ควรเกลียด ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

“บุคคลลางคนในโลกนี้เป็นผู้ทุศีลมีธรรมอันลามก

(มีการกระทำ) ไม่สะอาด มีความประพฤติน่ารังเกียจ

มีการงานอันปกปิดไม่เป็นสมณะ

แต่ปฏิญญาว่าเป็นสมณะ

ไม่เป็นพรหมจารี

แต่ปฏิญญาว่าเป็นพรหมจารี

เป็นคนเน่าใน เปียกชื้น  รกเรื้อ (ด้วยกิเลสโทษ)

บุคคลเช่นนี้ควรเกลียด ไม่ควรเสพ

ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้

นั่นเพราะเหตุอะไร ?

เพราะถึงแม้ผู้คบจะไม่เอาเยี่ยงของบุคคลชนิดนั้น

แต่ก็จะมีกิตติศัพท์อันเลวฟุ้งไปว่า

เป็นคนมีมิตรชั่ว มีสหายเลว มีเพื่อนทราม

งูที่จมคูถย่อมไม่กัดก็จริงอยู่

ถึงกระนั้นมันก็ทำผู้จับให้เปื้อน ฉันใดก็ดี

ถึงแม้ผู้คบจะไม่เอาเยี่ยงของบุคคลชนิดนั้น

แต่ก็จะมีกิตติศัพท์อันเลวฟุ้งไปว่า

เป็นคนมีมิตรชั่ว มีสหายเลว  มีเพื่อนทราม

ฉันนั้นเหมือนกัน”

 

ในบทว่า  เอวเมว โข  นี้

 พึงทราบข้อเปรียบเทียบดังต่อไปนี้

ความเป็นผู้ทุศีล พึงเห็นเหมือนหลุมคูถ.

บุคคลผู้ทุศีล พึงเห็นเหมือนงูเรือน

ตัวตกลงไปในหลุมคูถฉะนั้น

ภาวะที่บุคคลพึงจะคบหาบุคคลผู้ทุศีล

(แต่) ไม่ทำตามบุคคลผู้ทุศีลนั้น

พึงเห็นเหมือนภาวะที่บุคคลถูกงูที่เขายกขึ้นจากหลุมคูถ

ไต่ขึ้นสู่ร่างกาย แต่ไม่กัดฉะนั้น

เวลาที่บุคคลคบหาผู้ทุศีล จนชื่อเสียงที่ไม่ดีระบือไปทั่ว

พึงทราบเหมือนเวลาที่เขาถูกงูตัวเปื้อนคูถแล้ว กัดเอาฉะนั้น.

 

เล่ม 34 หน้า 87-91 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 90-93 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓

นายพรานนั้นเมื่อให้ทักขิณาอุทิศถึงผู้ตาย ได้ให้แก่ภิกษุผู้ทุศีลรูปหนึ่งนั้น แลถึง ๓ ครั้ง. ในครั้งที่ ๓ อมนุษย์ร้องขึ้นว่า ผู้ทุศีลปล้นฉัน

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

 

“นายพรานนั้นเมื่อให้ทักขิณาอุทิศถึงผู้ตาย

ได้ให้แก่ภิกษุผู้ทุศีลรูปหนึ่งนั้น แลถึง ๓ ครั้ง.

ในครั้งที่ ๓ อมนุษย์ร้องขึ้นว่า ผู้ทุศีลปล้นฉัน”

 

เล่ม 23 หน้า 409 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 387 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๒

ทำลายศีลที่สมาทานแล้วมีโทษ

ข้อมูลจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย (พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน) และ (พิมพ์ พ.ศ. 2546) (ปกสีแดง)

  

ด้วยบทว่า  ทุสฺสีโล  ตรัสถึงบุคคลผู้ไม่มีศีล.

ก็บุคคลผู้ไม่มีศีลนั้นมี ๒ อย่าง คือ

เพราะไม่สมาทาน

หรือทำลายศีลที่สมาทานแล้ว.

ใน ๒ อย่างนั้น ข้อต้นไม่มีโทษ

เหมือนอย่างข้อที่ ๒ ที่มีโทษแรงกว่า.

 

เล่ม 44 หน้า 768 (ปกสีน้ำเงิน) / หน้า 716-717 (ปกสีแดง)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓

D-study.com

Follow Us

facebook FaceBook

Twitter

phone 0894453994

Rss RSS

E-mail Email