31 ตุลาคม 2553 คลองถมเซ็นเตอร์ (กรุงเทพมหานคร) [142]

31 ตุลาคม 2553 คลองถมเซ็นเตอร์ (กรุงเทพมหานคร) [142]

แจกเอกสารธรรมะ หยุด!ทำร้ายพระพุทธศาสนา

“ พระธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ๑  เปิดเผยดี ปกปิดไม่ดี”
( พระไตรปิฎก ฉบับมมร. เล่มที่ 34 / 567 / 7  :  ปฏิจฉันนสูตร / ปกสีน้ำเงิน)

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2553  ณ คลองถมเซ็นเตอร์ (กรุงเทพมหานคร)

รวมสมาชิกที่แจกเอกสารหยุด!ทำร้ายพระพุทธศาสนา จำนวนประมาณสิบกว่าท่าน เริ่มแจกเวลาประมาณ 14.30 น. -18.00 น. 
ขอยินดีในบุญกับเจ้าของสถานที ที่อนุญาตให้แจกสมาชิก(เจ้าของร้านค้า) และคนทั่วไป   มีพระเข้ามาสอบถามน้องผู้ชายท่านหนึ่ง 
พี่นัทช่วยกันอธิบายให้พระฟัง พระสนใจมาก  ตอนหลังบอกว่าพระต้องใช้เงิน ยุคสมัยเปลี่ยน  question จึงพูดเรื่องวินัยพระ 
ท่านทั้งสองก็บวชนานพอสมควร คือประมาณเกิน 1 ปี แล้ว ก็ให้ท่านทั้ง 2 ไปตรวจสอบดูพระวินัย  ปาติโมกข์ที่สวดอยู่ก็ชัดเจนอยู่แล้ว 
ยังไม่รู้เรื่องอีก ???  ผู้รู้ติเตียน พวกบวชเรียนแล้วไม่เอาธรรมวินัย พระบอกว่าสมัยนี้พระต้องใช้เงิน  ดูแล้วสวดปาติโมกข์เกิน 3 ครั้งแล้ว  
ไม่รู้เรื่องสวดทำไม ชอบรับเงินรับทองเป็นประจำ เป็นพวกภิกษุอลัชชี  มีผู้ที่เปิดร้านขายของแถวนั้น มาขอเอกสารไปช่วยแจก
จึงให้เอกสารไปประมาณ 100 แผ่น เขาบอกกับทีมงานว่า พระเก๊ (เทียม) เยอะมาก และแนะนำให้มาแจกที่นี่  เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ตื่นตัว    

ส่วนสมาชิกท่านอื่นๆ ทยอยเดินมาร่วมสมทบแจกเอกสารหยุด!ทำร้ายพระพุทธศาสนา ด้วย ยินดีในบุญทุกๆ ท่าน  และยินดีในบุญกับชาวทิพย์
ที่มาร่วมด้วยช่วยกันประกาศคำสอนพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฏก  แจกเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่บันทึกภาพไม่ทั่วถึง
เนื่องจากกระจายตัวกันแจก คนเยอะมาก   คนสนใจมีพอสมควร  งานนี้พระทุศีลช๊อปปิ้งแบบไม่อายใคร 
ไม่รู้สำนักงานส่งเสริมพระพุทธศาสนาทำอะไรอยู่  questionไหนบอกว่าส่งเสริมพระพุทธศาสนา.......

เรื่องด่วนที่ฆราวาสและพระควรรู้ ( จากพระไตรปิฏกชุด 91 เล่ม มมร.ชุดสีน้ำเงิน พิมพ์ พ.ศ. 2525 )

พระพุทธเจ้าสรรเสริญธรรม  ติเตียนสาวกผู้ปฏิบัติผิด

จากหนังสือพระไตรปิฏก เล่ม 15/ 263/ 12 – 264/ 11  ชุด 91 เล่ม พิมพ์ พ.ศ.2525

           [๙๘]  ดูก่อนจุนทะ  อนึ่ง  ศาสดาในโลกนี้  เป็นสัมมาสัมพุทธะ

และธรรมก็เป็นธรรมอันศาสดานั้นกล่าวไว้ดีแล้ว  ประกาศไว้ดีแล้ว  เป็น

ธรรมที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ออกไปจากทุกข์ได้เป็นไปเพื่อความสงบ  เป็นธรรม

ที่ท่านผู้เป็นสัมมาสัมพุทธะประกาศไว้ แต่สาวกไม่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควร

แก่ธรรมในธรรมนั้นอยู่  ไม่เป็นผู้ปฏิบัติชอบ  ไม่เป็นผู้ประพฤติตามธรรม

และย่อมประพฤติหลีกเลี่ยงจากธรรมนั้น  สาวกนั้นควรจะกล่าวอย่างนี้ว่า  ดู

ก่อนผู้มีอายุ  ไม่เป็นลาภของท่าน  ท่านได้ไม่ดีแล้วด้วยว่าศาสดาของท่าน  เป็น

สัมมาสัมพุทธะ  และธรรมก็เป็นธรรมที่ศาสดานั้นกล่าวไว้ดีแล้ว  ประกาศไว้

ดีแล้ว  เป็นธรรมที่จำนำผู้ปฏิบัติให้ออกไปจากทุกข์ได้ เป็นไปเพื่อความ

สงบ  เป็นธรรมที่ท่านผู้เป็นสัมมาสัมพุทธะประกาศไว้   แต่ว่าตัวท่านไม่

เล่ม 15 พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 264

เป็นผู้ปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรมในธรรมนั้นอยู่  ไม่เป็นผู้ปฏิบัติชอบ  ไม่  

เป็นผู้ประพฤติตามธรรม และย่อมประพฤติหลีกเลี่ยงจากธรรมนั้น. ด้วยเหตุ

ดังนี้แล   ดูก่อนจุนทะ  แม้ศาสดาก็ควรได้รับการสรรเสริญในธรรมนั้น   แม้

ธรรมก็ควรได้รับการสรรเสริญ
  แต่ว่า  สาวกควรได้รับการติเตียนในธรรมนั้น

อย่างนี้.   ดูก่อนจุนทะ   ผู้ได้แลพึงกล่าวกะสาวกเห็นปานนั้นอย่างนี้ว่า  ท่าน

จงปฏิบัติธรรมที่ศาสดาของท่านแสดงไว้แล้ว  บัญญัติไว้แล้วเถิด.  ผู้ที่ชักชวน 

ผู้ที่ถูกชักชวน   ผู้ที่ถูกชักชวนแล้วย่อมปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น   คนทั้ง

หมดนั้นจะประสบบุญเป็นอันมาก.     ข้อนั้นเพราะเหตุไร.    ดูก่อนจุนทะ

เพราะว่าข้อนี้มีอยู่ในธรรมวินัยที่พระศาสดากล่าวไว้ดีแล้ว   ประกาศไว้ดีแล้ว

เป็นธรรมที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ออกไปจากทุกข์ได้  เป็นไปเพื่อความสงบ  เป็น

ธรรมที่ท่านผู้เป็นสัมมาสัมพุทธะประกาศไว้อย่างนี้แล.

 
ประโยชน์อะไรในปาติโมกข์ ที่สวดเกิน 3 ครั้ง แล้วเสแสร้งว่าไม่รู้ทุกๆ วัน

เป็นหนึ่งในศีล 227 ข้อที่พระสวดปาติโมกข์ เป็นภาษาบาลี ตอนนี้ส่วนใหญ่โกหกทุกๆวัน

จากหนังสือพระไตรปิฏก เล่ม  เล่ม 4 หน้า 758  ชุด 91 เล่ม พิมพ์ พ.ศ.2525

                                    พระบัญญัติ          

๑๒๒. ๓.  อนึ่ง  ภิกษุใด   เมื่อพระวินัยธรสวดปาติโมกข์อยู่

ทุกกึ่งเดือน  กล่าวอย่างนี้ว่า  ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า  เออ   ธรรมแม้

นี้ก็มาแล้วในสูตร  เนื่องแล้วในสูตร มาสู่อุเทศทุกกึ่งเดือน  ถ้าภิกษุ

ทั้งหลายอื่นรู้จักภิกษุนั้นว่า  ภิกษุนี้เคยนั่งเมื่อปาติโมกข์กำลังสวดอยู่.

๒-๓   คราวมาแล้ว   กล่าวอะไรเพิ่มอีก   อันความพ้นด้วยอาการที่ไม่รู้

หามีแก่ภิกษุนั้นไม่   พึงปรับเธอตามธรรม   ด้วยอาบัติที่ต้องในเรื่อง

นั้น   และพึงยกความหลงขึ้นแก่เธอเพิ่มอีกว่า  แน่ะเธอ  ไม่ใช่ลาภ

ของเธอ   เธอได้ไม่ดีแล้ว  ด้วยเหตุว่าเมือปาติโมกข์กำลังสวดอยู่ เธอ

หาทำในใจให้สำเร็จประโยชน์ดีไม่     นี้เป็นปาจิตตีย์ในความเป็นผู้

แสร้งทำหลงนั้น.


สวดปาติโมกข์แล้วโกหกทุกๆวัน ไปนรก     ( เรื่องปลาชื่อกปิละ )

จากหนังสือพระไตรปิฏก เล่ม 43 หน้า 271-273 สิ้นสุดบรรทัดที่ 12  ชุด 91 เล่ม พิมพ์ พ.ศ.2525

                    ๑.  เรื่องปลาชื่อกปิละ  [๒๔๐]

                          ข้อความเบื้องต้น

        พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน   ทรงปรารภปลาชื่อกปิละ

ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " มนุชสฺส "  เป็นต้น.

                         สองพี่น้องออกบวช

        ได้ยินว่า  ในอดีตกาล  ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนาม

ว่ากัสสป   ปรินิพพานแล้ว    กุลบุตรสองคนพี่น้องออกบวชในสำนักแห่ง

พระสาวกทั้งหลาย.

        บรรดากุลบุตรสองคนนั้น    คนพี่ได้ชื่อว่าโสธนะ,  คนน้องชื่อกปิละ.

ส่วนมารดาของคนทั้งสองนั้น    ชื่อว่าสาธนี,    น้องสาวชื่อตาปนา.    แม้

หญิงทั้งสองนั้น     ก็บวชแล้วใน  ( สำนัก ) ภิกษุณี.    เมื่อคนเหล่านั้นบวช

แล้วอย่างนั้น      พี่น้องทั้งสองทำวัตรและปฏิวัตรแก่พระอาจรรย์และพระ-

อุปัชฌายะอยู่    วันหนึ่ง    ถามว่า  " ท่านขอรับ   ธุระในพระศาสนานี้มี

เท่าไร ?"    ได้ยินว่า    " ธุระมี ๒ อย่าง    คือ  คันถธุระ  ๑   วิปัสสนา-

ธุระ  ๑,
"   ภิกษุผู้เป็นพี่คิดว่า  " เราจักบำเพ็ญวิปัสสนาธุระ"  อยู่ในสำนัก

แห่งพระอาจารย์และพระอุปัชฌาย์  ๕ พรรษาแล้ว     เรียนกัมมัฏฐานจน

ถึงพระอรหัต   เข้าไปสู่ป่าพยายามอยู่   ก็บรรลุพระอรหัตผล.

                      น้องชายเมาในคันถธุระ

        ภิกษุน้องชายคิดว่า      " เรายังหนุ่มก่อน,    ในเวลาแก่จึงจักบำเพ็ญ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 272

วิปัสสนาธุระ "   จึงเริ่มตั้งคันถธุระ   เรียนพระไตรปิฎก.   บริวารเป็นอัน  

มากได้เกิดขึ้น   เพราะอาศัยปริยัติของเธอ,   ลาภก็ได้เกิดขึ้น   เพราะอาศัย

บริวาร.   เธอเมาแล้วด้วยความเมาในความเป็นผู้สดับมาก  อันความทะยาน

อยากในลาภครอบงำแล้ว    เพราะเป็นผู้สำคัญตัวว่าฉลาดยิ่ง   ย่อมกล่าวแม้

สิ่งที่เป็นกัปปิยะ   อันคนเหล่าอื่นกล่าวแล้วว่า   " เป็นอกัปปิยะ,"    กล่าว

แม้สิ่งที่เป็นอกัปปิยะว่า     " เป็นกัปปิยะ,"    กล่าวแม้สิ่งที่มีโทษว่า  " ไม่มี

โทษ,"  กล่าวแม้สิ่งไม่มีโทษว่า " มีโทษ."   เธอแม้อันภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก

ทั้งหลายกล่าวว่า  " คุณกปิละ    คุณอย่าได้กล่าวอย่างนี้ "    แล้ว      แสดง

ธรรมและวินัยกล่าวสอนอยู่   ก็กล่าวว่า " พวกท่านจะรู้อะไร ?  พวกท่าน

เช่นกับกำมือเปล่า"  เป็นต้นแล้ว   ก็เที่ยวขู่ตวาดภิกษุทั้งหลายอยู่.

                      น้องชายไม่เชื่อพี่

        ครั้งนั้น  ภิกษุทั้งหลายบอกเนื้อความนั้นแม้แก่พระโสธนเถระผู้เป็น

พี่ชายของเธอแล้ว.     แม้พระโสธนะเถระเข้าไปหาเธอแล้ว     ตักเตือนว่า

" คุณกปิละ       ก็การปฏิบัติชอบของภิกษุทั้งหลายผู้เช่นเธอชื่อว่าเป็นอายุ

พระศาสนา;     เพราะฉะนั้น  เธออย่าได้ละการปฏิบัติชอบแล้ว      กล่าว

คัดค้านสิ่งที่เป็นกัปปิยะเป็นต้นอย่างนั้นเลย."      เธอมิได้เอื้อเฟื้อถ้อยคำแม้

ของท่าน.   แม้เมื่อเป็นเช่นนี้    พระเถระก็ตักเตือนเธอ ๒ - ๓ ครั้ง  ทราบ

เธอผู้ไม่รับคำตักเตือนว่า    " ภิกษุนี้ไม่ทำตามคำของเรา"     จึงกล่าวว่า

" คุณ  ถ้าดังนั้น  เธอจักปรากฏด้วยกรรมของตน   ดังนี้แล้ว  หลีกไป.

                     น้องชายเสียคนเพราะถูกทอดทิ้ง

        จำเดิมแต่นั้น   ภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลเป็นที่รัก   แม้เหล่าอื่น  ทอดทิ้ง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 273

เธอแล้ว.     เธอเป็นผู้มีความประพฤติชั่ว     อันพวกผู้มีความประพฤติชั่ว 

แวดล้อมอยู่   วันหนึ่ง   คิดว่า  " เราจักสวดปาติโมกข์ "   จึงถือพัดไปนั่ง

บนธรรมาสน์ในโรงอุโบสถแล้ว   ถามว่า   " ผู้มีอายุ  ปาติโมกข์ย่อมเป็นไป

เพื่อภิกษุทั้งหลายผู้ประชุมกันแล้วในที่นี้หรือ ?"   เห็นภิกษุทั้งหลายนิ่งเสีย

ด้วยคิดว่า  " ประโยชน์อะไร    ด้วยคำโต้ตอบที่เราให้แก่ภิกษุ ?"    จึง

กล่าวว่า    " ผู้มีอายุ    ธรรมก็ดี    วินัยก็ดี    ไม่มี,    ประโยชน์อะไรด้วย

ปาติโมกข์   ที่พวกท่านจะฟังหรือไม่ฟัง"  ดังนี้แล้ว    ก็ลุกไปจากอาสนะ.

เธอยังศาสนาคือปริยัติของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปให้

เสื่อมลงแล้วด้วยอาการอย่างนี้.    แม้พระโสธนเถระก็ปรินิพพานในวันนั้น

เอง.

        ในกาลสิ้นอายุ   ภิกษุกปิละเกิดในอเวจีมหานรก.   มารดาและน้อง-

สาวของเธอแม้นั้น    ถึงทิฏฐานุคติของเธอนั่นแล   ด่าบริภาษภิกษุทั้งหลาย

ผู้มีศีลเป็นที่รักแล้ว  ก็บังเกิดในอเวจีมหานรกนั้นเหมือนกัน.

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.317877138318363.60344.315109618595115&type=3

 

You have no rights to post comments

D-study.com

Follow Us

facebook FaceBook

Twitter

phone 0894453994

Rss RSS

E-mail Email